ขับรถปิดแอร์ เปิดกระจกช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงหรือไม่??

ผู้ใช้รถยนต์หลายคนคงเคยได้ยินเทคนิคที่พูดต่อ ๆ กันมาว่าการ ขับรถปิดแอร์ แล้วเปิดกระจกจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ ซึ่งบางคนคงเคยประสบปัญหากับการขับรถอยู่ แล้วน้ำมันกำลังจะหมดลง จึงได้นำเอาเทคนิคนี้มาใช้กัน เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีที่จะสามารถลดการใช้น้ำมันได้มากที่สุด ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะพาคุณไปหาคำตอบกันว่าขับรถปิดแอร์จะสามารถประหยัดน้ำมันจริงหรือไม่ ? ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

ขับรถปิดแอร์ เปิดกระจกช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงหรือไม่??

ขับรถปิดแอร์ ประหยัดน้ำมัน

ผลสรุปจากการวิจัยของ the Society of Automotive Engineers (SAE) ได้ทำการสำรวจและเปรียบเทียบเชื้อเพลิงระหว่างรถยนต์กับการปิดเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียวแต่ยังคงปิดกระจกด้วยแล้วขับยนต์ในระดับความเร็วต่ำ กลาง และสูง พบว่า พลังงานเชื้อเพลิงได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้ระยะทางที่ดีที่สุด แต่เมื่อทำการเปิดกระจกรถยนต์ การใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพลดลง เนื่องจากมีแรงต้านที่มากขึ้น

ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า หากปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดกระจกจะทำให้ช่วยประหยัดพลังงาน และประหยัดน้ำมันได้ แต่ต้องขับรถด้วยความเร็วต่ำนะคะ หากเปิดกระจกและปิดเครื่องปรับอากาศขณะขับรถ แต่ใช้การขับรถด้วยความเร็งสูงก็ไม่อาจทำให้เราประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้นั่นเองค่ะ

ขับรถปิดแอร์ เปิดกระจกช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงหรือไม่??

เทคนิคการขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน

ถ้าหากไม่รู้วิธีขับรถยนต์ที่ถูกต้องก็จะสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบเท่ากับรถธรรมดาทั่วไปได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งการขับรถที่ดี นอกจากมีสติและถูกกฎจราจรแล้ว ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ยังต้องรู้จักวิธีขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน

1.การสตาร์ทเครื่องยนต์

เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรกในรอบวันหลังจากดับเครื่องมาเป็นเวลานานหลายชั่วโมงนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอุ่นเครื่องยนต์ในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ เพราะเพียงแค่เคลื่อนรถอย่างช้า ๆ 1-2 กิโลเมตร ก็ถือเป็นการอุ่นเครื่องไปแล้วในตัว โดยการติดเครื่องอยู่กับที่ 2 นาทีนั้น ก็สิ้นเปลืองน้ำมันไปประมาณ 40 มิลลิลิตร และหลังจากไฟเตือนต่าง ๆบนหน้าปัดดับลงแล้ว ก็สามารถที่จะเคลื่อนรถออกได้เลยอย่างช้า ๆ ค่อยๆเร่งเครื่องยนต์ทีละน้อย ไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูงเพื่อจะให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วขึ้น

2.การใช้งานเบรกมีผลต่อการกินน้ำมัน

ทุก ๆ ครั้งที่เหยียบเบรก จะทำให้ความเร็วของรถลดลงไป และการแตะคันเร่งเพื่อจะเร่งเครื่องยนต์ต่อนั้น ก็จำเป็นต้องมองไปข้างหน้าด้วย การปล่อยคันเร่งให้เร็วขึ้นเพื่อปล่อยให้รถไหล จะประหยัดน้ำมันได้มากกว่าการขับขี่ในลักษณะที่เหยียบเบรกเมื่อกระชั้นชิดแล้ว และเติมขึ้นเร่งเพื่อเร่งเครื่องไปต่อ

3.หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องแบบกะทันหันบ่อย

การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้ง จะเปลืองน้ำมันไปราว 15 มิลลิลิตร สำหรับรถจักรยานยนต์, รถกระบะ รถตู้ รถแวน จะสิ้นเปลืองราว 100 มิลลิลิตร, รถบรรทุกจะสิ้นเปลืองราว 300 มิลลิลิตร ซึ่งลักษณะนี้คล้ายๆกับการย้ำคันเร่ง ซึ่งลักษณะการขับขี่ของบางคนชอบเร่งแล้วปล่อยคันเร่ง ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก

4.ขับขี่ด้วยความเร็วคงที่

การขับขี่ที่เหมาะสม ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากที่สุด จะอยู่ที่ 60-80 กม/ชม

  • ความเร็ว 95 กม/ชม จะเปลืองน้ำมันมากกว่า 80 กม/ชม ราว 15%
  • ความเร็ว 110 กม/ชม จะเปลืองน้ำมันมากกว่า 80 กม/ชม ราว 29%
  • ความเร็ว 100 กม/ชม จะเปลืองน้ำมันมากกว่า 90 กม/ชม ราว 15%
  • ความเร็ว 110 กม/ชม จะเปลืองน้ำมันมากกว่า 90 กม/ชม ราว 25%

5. ลดการใช้ระบบปรับอากาศในช่วงเช้า

ในยามเช้าๆหรือช่วงที่อากาศเย็น หากไม่ได้เปิดระบบปรับอากาศเป็นเวลา 30 นาที ก็สามารถที่จะประหยัดน้ำมันได้มากถึง 10-15%

6. วางแผนในการเดินทาง

ควรวางแผนเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด เพื่อไม่ให้ขับรถอ้อมจนเกินไป เพื่อไม่ให้หลงทาง และเพื่อไม่ให้ขับรถเลยจากจุดหมายปลายทาง ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ลดการใช้น้ำมันที่เสียไปโดยไม่จำเป็นออกไปได้เยอะ

7. ตรวจเช็คแรงดันลมยาง

ยางที่มีลมอ่อนเกินไปจะทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น และอายุการใช้งานของยางก็จะสั้น แต่ขณะเดียวกันนั้นยางที่ลมแข็งเกินไป ก็ทำให้การยึดเกาะถนนน้อยลง และอายุการใช้งานก็สั้นลงเช่นกัน ดังนั้นควรเช็คระดับแรงดันลมยางให้เหมาะสมสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ใช้รถได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด และประหยัดน้ำมันอีกด้วย

8. ตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศ

8. ตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศ

ปริมาณน้ำยาทำความเย็น ความสกปรกของคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ไส้กรองอากาศ และอื่น ๆ ให้ระบบการทำงานนั้นทำงานเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมในการใช้งาน เพราะถ้าปรับอุณหภูมิต่ำเกินไป คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะทำงานหนักขึ้น เป็นภาระของเครื่องยนต์มากขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นเช่นกัน

9. ดูแลเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ

คอยตรวจเช็คและเปลี่ยนอะไหล่ต่าง ๆตามที่ผู้ผลิตกำหนด คอยตรวจเช็คอาการผิดปกติต่าง ๆของเครื่องยนต์ ที่อาจจะส่งผลให้การใช้งานของเครื่องยนต์มีอายุการใช้งานสั้นลงแล้ว ก็ยังส่งผลให้เครื่องยนต์กินน้ำมันด้วยเช่นกัน เช่น น้ำมันเครื่องหมดสภาพ ขาดคุณสมบัติการหล่อลื่น, หัวเทียนเสื่อมสภาพ ทำให้เชื้อเพลิงเผาไหม้ไม่สมบูรณ์, ปรับตั้งการจุดระเบิดไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้การเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้นไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นต้น

10. บรรทุกสัมภาระเท่าที่จำเป็น

น้ำหนักในการบรรทุกนั้นมีผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเช่นกัน ถ้ายิ่งบรรทุกหนักมากก็จะทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นด้วยเช่นกัน

11. ควรดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย

11. ควรดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย

การติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถเป็นเวลา 5 นาที จะสิ้นเปลืองน้ำมันราว 100 มิลลิลิตร และถ้าติดเครื่องไว้นานกว่านั้นก็ยิ่งสินเปลืองน้ำมันไปกว่านั้นอีก

12. ปัจจัยอื่น ๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับผลการวิจัยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คงทำให้ใครหลาย ๆ คน ได้คำตอบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่าการขับรถปิดแอร์แล้วเปิดกระจกสามารถประหยัดน้ำมันได้จริง!! ซึ่งในวันนี้เราก็ยังนำเอาเทคนิคอื่น ๆ ในการประหยัดน้ำมันมาฝากทุก ๆ คนด้วย เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันด้วยนะคะ เพื่อเป็นการประหยัดค่าน้ำมันและเป็นการลดการใช้พลังงานได้อีกด้วย!!

คราวนี้อยากจะชวนเพื่อนๆไปลองตะลอนหาของกิน 9 ร้านอาหารเชียงคาน ที่บอกเลยว่า พลาดไม่ได้ !!

เนื้อหาที่น่าสนใจ : AI (ปัญญาประดิษฐ์) จะแทนที่มนุษย์ได้จริงหรือ???